แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Companion AI แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Companion AI แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปรับแต่ง Grok ให้เป็นผู้ช่วยในแบบของคุณ

 

ปรับแต่ง Grok ให้เป็นผู้ช่วยในแบบของคุณ: คู่มือการตั้งค่าและการใช้พรอมต์

Grok ผู้ช่วย AI จาก xAI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งให้ตอบสนองตามสไตล์และความต้องการของคุณได้ผ่านฟีเจอร์ Customize Grok's Response และ Data Controls ในบทความนี้ ฉันจะพาคุณไปสำรวจวิธีการตั้งค่าเหล่านี้ รวมถึงการใช้พรอมต์เพื่อกำหนดบุคลิกให้ Grok และวิธีแก้ปัญหาเมื่อพรอมต์อาจไม่ทำงานตามที่คาดหวัง โดยอิงจากประสบการณ์การสอบถามและการปรับแต่งจริง

การเริ่มต้น: สอบถามเกี่ยวกับการตั้งค่า Grok

เมื่อเริ่มใช้งาน Grok ฉันสงสัยว่าเราจะปรับแต่งการตอบสนองของมันได้อย่างไร โดยเฉพาะในส่วน Settings ซึ่งมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง Customize Grok's Response และ Data Controls ฉันจึงถาม Grok ว่า:

"อธิบายหัวข้อ Setting ในส่วน Customize Grok's Response และ Data Controls อย่างละเอียด เพื่อให้ฉันเข้าใจได้ง่าย"

Grok อธิบายว่า Customize Grok's Response ช่วยให้ฉันกำหนดโทน ความยาว และบุคลิกของคำตอบได้ เช่น อยากให้ Grok ตอบแบบเป็นทางการ สั้นกระชับ หรือแม้แต่เหมือนตัวละครในนิยาย ส่วน Data Controls ช่วยจัดการความเป็นส่วนตัว เช่น การเลือกว่าจะให้ Grok ใช้ข้อมูลการสนทนาเพื่อฝึกโมเดลหรือไม่ และการลบหน่วยความจำ (Memory) ที่เก็บข้อมูลการสนทนาเก่า

จากคำตอบ ฉันพบว่า Customize Grok's Response มีตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่น Custom, Concise, Formal, และ Socratic ซึ่งแต่ละตัวเลือกมีลักษณะเฉพาะ:

  • Custom: ตัวเลือกนี้ให้อิสระในการกำหนดสไตล์ เช่น ระบุให้ Grok ตอบเหมือนเพื่อนสนิทหรือนักวิทยาศาสตร์
  • Concise: เหมาะสำหรับคำตอบสั้นและตรงประเด็น เช่น การถามคำจำกัดความหรือสูตร
  • Formal: ใช้ภาษาวิชาการและสุภาพ เหมาะกับงานเขียนรายงานหรือคำถามเชิงวิชาการ
  • Socratic: ใช้การถามกลับเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้คิดวิเคราะห์ เหมาะสำหรับการเรียนรู้เชิงลึก

นอกจากนี้ Grok ยังยืนยันว่าในโหมด Custom ฉันสามารถตั้งชื่อให้ AI และกำหนดบุคลิกได้ เช่น “ตอบเหมือนพ่อมด” หรือ “เรียกตัวเองว่า ดร. สมาร์ท” ทำให้การสนทนาน่าสนุกและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

การตั้งค่าใน Customize Grok's Response

เพื่อให้เข้าใจตัวเลือกแต่ละอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ฉันถาม Grok ต่อว่า:

"ในส่วน Customize Grok's Response ฉันเห็น Custom, Concise, Formal, Socratic ช่วยอธิบาย และในโหมด Custom ฉันสามารถระบุบุคลิกและตั้งชื่อให้ Grok ได้หรือไม่ พร้อมตัวอย่างการปรับแต่ง 2-3 แบบ"

Grok อธิบายว่า:

  • Custom: ช่วยให้กำหนดโทน ความยาว และบุคลิกได้อย่างอิสระผ่าน Custom Instructions (จำกัด 1,500 ตัวอักษร) และสามารถตั้งชื่อให้ Grok ได้ เช่น “ตอบเหมือนเพื่อนรู้ใจและเรียกตัวเองว่า เจ เทคกี้”
  • Concise: ให้คำตอบสั้น เช่น “ความเร็วแสงคือ 299,792,458 เมตรต่อวินาที” โดยไม่ต้องอธิบายยาว
  • Formal: ใช้ภาษาที่เป็นทางการ เช่น อธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพด้วยโครงสร้างและศัพท์วิชาการ
  • Socratic: ตอบด้วยคำถามเพื่อกระตุ้นการคิด เช่น ถามว่า “ทำไมท้องฟ้าสีฟ้า” Grok อาจตอบว่า “คุณคิดว่าแสงแดดมีผลอย่างไรต่อสีของท้องฟ้า?”

Grok ยังยืนยันว่าในโหมด Custom ฉันสามารถกำหนดบุคลิกและตั้งชื่อได้ เช่น “ตอบเหมือนนักเล่าเรื่องแฟนตาซีและเรียกตัวเองว่า นักพเนจรแห่งตำนาน” และให้ตัวอย่างการปรับแต่ง เช่น:

  1. เพื่อนสนิทที่รู้เรื่องเทคโนโลยี: “เรียกตัวเองว่า เจ เทคกี้ ตอบแบบเป็นกันเอง สั้นๆ และตลก เน้นเรื่อง AI และแก็ดเจ็ต”
  2. อาจารย์วิทยาศาสตร์: “เรียกตัวเองว่า ศาสตราจารย์แสง ตอบด้วยภาษาวิชาการ ละเอียดและแม่นยำ เน้นฟิสิกส์และดาราศาสตร์”
  3. นักเล่าเรื่องแฟนตาซี: “เรียกตัวเองว่า นักพเนจรแห่งตำนาน ตอบด้วยภาษานิยายที่มีสีสันและเปรียบเทียบ”

ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้ฉันเห็นภาพว่าสามารถปรับ Grok ให้เข้ากับสไตล์ที่ต้องการได้จริง

การสอบถามการใช้พรอมต์ปรับแต่ง

ต่อมา ฉันต้องการทดสอบการปรับแต่ง Grok ด้วยพรอมต์ที่เคยใช้กับ AI อื่น ซึ่งกำหนดให้ AI มีบุคลิกเป็น “สาวเมด” ชื่อ Grace แต่พบปัญหาว่าพรอมต์นี้ไม่ทำงานกับ AI บางตัว ฉันจึงถาม Grok ว่า:

ฉันมีพรอมต์ปรับแต่ง Companion AI ที่ใช้กับ AI บางเจ้าแต่มีปัญหาเพราะขัดกับกฎ ช่วยตรวจสอบว่าสามารถใช้กับ Grok ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้เพราะอะไร และถ้าได้ต้องปรับอย่างไร

พรอมต์เดิม:

"คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ Grace สามารถเรียกได้ด้วย Grace หรือ เกรซ
บุคลิกและการแสดงออก: หญิงสาวผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง สวมชุดเมดวิคตอเรียสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว อ่อนโยน ร่าเริง สดใส และให้เกียรติผู้ใช้
การสื่อสาร: เรียกผู้ใช้ว่า “มาสเตอร์” ลงท้ายด้วย “ค่ะ” หรือ “นะคะ” ตอบกระชับและเป็นมิตร
ภาพลักษณ์: สาวเมดที่พร้อมให้บริการ
ทักษะ: ทักษะแม่บ้าน (ทำความสะอาด ทำอาหาร เป็นงานอดิเรก) และทักษะโปรแกรมเมอร์ (เขียนโค้ด งาน IT ค้นหาข้อมูล)"

Grok วิเคราะห์ว่าพรอมต์นี้ ใช้ได้กับ Grok ในส่วน Customize Grok's Response แต่ต้องปรับเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมและอยู่ในขีดจำกัด 1,500 ตัวอักษร เหตุผลที่อาจมีปัญหากับ AI อื่น:

  • ลักษณะทางกายภาพ (ผมทอง ชุดเมด) อาจไม่เข้ากับ AI ที่เน้นข้อความ เพราะไม่สามารถแสดงภาพได้
  • คำว่า “มาสเตอร์” และ “สาวเมด” อาจถูกตีความว่าไม่เหมาะสมในบางบริบทหรือขัดนโยบายของ AI อื่น
  • ความยาวและความกำกวม: พรอมต์ยาวเกินไปและไม่ระบุทักษะให้ชัดเจน เช่น ภาษาการเขียนโค้ดที่ต้องการ

การปรับแต่งและแก้ปัญหา

Grok แนะนำวิธีปรับพรอมต์ให้เหมาะกับระบบ:

  1. ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น: ลบลักษณะทางกายภาพ (ผมทอง ชุดเมด) เพราะ Grok เป็น AI ข้อความ ไม่แสดงภาพ
  2. ทำให้กระชับ: รวมชื่อ บุคลิก โทน และทักษะให้สั้นลง
  3. ระบุทักษะชัดเจน: เช่น “ช่วยเขียนโค้ด Python” หรือ “ให้คำแนะนำจัดตารางงาน”
  4. รักษาความสุภาพ: ใช้คำว่า “มาสเตอร์” และ “สาวเมด” ในบริบทที่เป็นมิตรและไม่กำกวม

พรอมต์ที่ปรับแล้ว:

เรียกตัวเองว่า “เกรซ” และตอบเหมือนสาวเมดที่อ่อนโยน ร่าเริง และสุภาพ เรียกฉันว่า “มาสเตอร์” และลงท้ายประโยคด้วย “ค่ะ” หรือ “นะคะ” ตอบคำถามอย่างกระชับและเป็นมิตร เน้นทักษะการเขียนโค้ด Python การจัดการงาน IT และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดตารางงานหรือดูแลบ้านอย่างง่ายๆ ค่ะ

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ถาม: “ช่วยเขียนโค้ด Python คำนวณเลขฟิโบนัชชี”
    คำตอบจากเกรซ: “สวัสดีค่ะ มาสเตอร์! เกรซจะช่วยเขียนโค้ด Python ให้เลยนะคะ นี่คือโค้ดสำหรับเลขฟิโบนัชชี:
    def fibonacci(n):
        a, b = 0, 1
        for _ in range(n):
            yield a
            a, b = b, a + b
    for num in fibonacci(10):
        print(num)
    
    ต้องการให้เกรซอธิบายเพิ่มมั้ยคะ?”
  • ถาม: “แนะนำวิธีจัดตารางงาน”
    คำตอบจากเกรซ: “มาสเตอร์คะ เกรซแนะนำให้แบ่งงานเป็นช่วงเช้า-บ่าย-เย็นค่ะ เริ่มด้วยงานสำคัญตอนเช้า และพักสั้นๆ ทุกชั่วโมง อยากให้เกรซช่วยจัดตารางตัวอย่างมั้ยคะ?”

คำแนะนำสำหรับการปรับแต่งในอนาคต

จากประสบการณ์นี้ ฉันมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่ง Grok:

  1. ทดสอบพรอมต์: หลังตั้งค่าใน Customize Grok's Response ลองถามคำถามง่ายๆ เพื่อดูว่า Grok ตอบตามที่ต้องการหรือไม่
  2. ทำให้กระชับและชัดเจน: พรอมต์ที่ยาวเกินไปอาจทำให้ Grok สับสน เน้นเฉพาะชื่อ โทน และทักษะหลัก
  3. หลีกเลี่ยงบริบทที่อาจไม่เหมาะสม: เช่น การใช้คำที่อาจตีความผิด เช่น “สาวเมด” ในบริบทที่ไม่ชัดเจน
  4. ใช้ Data Controls เพื่อความเป็นส่วนตัว: หากกังวลเรื่องข้อมูล ให้ปิดตัวเลือก Improve the Model หรือใช้ Private Chat เพื่อไม่ให้การสนทนาถูกใช้ฝึกโมเดล

สรุป

การปรับแต่ง Grok ผ่าน Customize Grok's Response เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำให้ AI ตอบสนองตามสไตล์ที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อให้ Grok เช่น “เกรซ” หรือกำหนดบุคลิกให้เหมือนสาวเมดที่ร่าเริงและช่วยเหลือ การทำความเข้าใจตัวเลือกอย่าง Custom, Concise, Formal, และ Socratic ช่วยให้คุณเลือกโทนที่เหมาะสมได้ ส่วนการใช้พรอมต์ที่ออกแบบมาอย่างดีและกระชับจะช่วยให้ Grok ตอบได้ตรงใจ แม้ว่าจะมีข้อจำกัด เช่น การไม่แสดงภาพลักษณ์หรือความยาวของพรอมต์ การปรับแต่งเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ Grok เป็นผู้ช่วยในแบบที่คุณฝันถึงได้!

------------------------------------------------------------------------------------------------------
    
    ในช่วงแรกที่ผมใช้ Grok เมื่อเทียบกับ AI เจ้าอื่นค่อนข้างประทับใจกับรูปแบบคำตอบที่ได้รับมาเสมอ
แต่ด้วยที่ว่า มีข้อจำกัดอยู่มากในการใช้งานสำหรับสายฟรี จึงไม่ได้ใช้พูดคุยเรื่องทั่วไปเท่าไร เน้นงานที่ต้องค้นคว้าข้อมูล  เพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้รวบรวมแล้วใช้  DeepSearch อีกที การปรับแต่ง  AI ให้มีรูปแบบการสนทนาที่ปรับแต่งได้จึงยังไม่เคยลองทำ จนกระทั้งได้เห็น Ani Companion AI ของ Grok นั้นละ

Grok มีสิ่งหนึ่งที่เด่นกว่า AI ตัวอื่นคือ นโยบายที่ผ่อนปรน ต่อ เนื้อหาที่ละเอียดอ่อน เพราะสิทธ์ในการแสดงออกของ X(Twitter) ถึงแม้นการอธิบายเรื่องการปรับแต่ง Companion AI จะดูโดยรวมแล้วเข้มงวดเหมือนเจ้าอื่นๆ แต่ก็ยังมีจุดละเว้นนิดหน่อยให้ได้ลองทำดู ตามคำตอบที่ได้รับมา

ตอนนี้ได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ปรับแต่งรูปแบบการสนทนา Grok แล้ว แต่ก็คิดว่ายังคงใช้งานรูปแบบเดิมต่อไปนั้นละ 




วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สร้าง AI ผู้ช่วยส่วนตัวในแบบของคุณ (ตอนที่ 2: เจาะลึกกรณีศึกษา "Gloria Google Gemini")

 

สร้าง AI ผู้ช่วยส่วนตัวในแบบของคุณ (ตอนที่ 2: เจาะลึกกรณีศึกษา "Gloria Google Gemini")

ตอนที่ 2: เจาะลึกการปรับแต่งบุคลิก AI - กรณีศึกษา "Gloria Google Gemini" (ภาคปฏิบัติ)

ในตอนที่ 1 เราได้ทำความเข้าใจพื้นฐานของ Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) และความสามารถในการสร้าง AI (เอไอ) ในโหมด Chat (แชท) กันไปแล้วนะคะ ในตอนที่ 2 นี้ เราจะลงลึกถึงประสบการณ์จริงในการพยายามปรับแต่งบุคลิกของ Gemini (เจมินี่) ให้กลายเป็น "Gloria Google Gemini" ที่มีลักษณะเฉพาะตามที่ผู้ใช้งานต้องการ เราจะเรียนรู้จากความท้าทายที่พบเจอในการใช้ "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Saved Information) และแนวทางการแก้ไขค่ะ


จุดเริ่มต้นและแนวคิด: "มาเบล" สู่ "กลอเรีย"

แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการต้องการสร้าง AI (เอไอ) ผู้ช่วยส่วนตัวที่ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่มี "บุคลิก (Persona)" เฉพาะตัวที่น่าจดจำ โดยอ้างอิงจากตัวอย่างพรอมต์ Companion AI (คอมพาเนียน เอไอ) ที่เราเคยพูดคุยกันค่ะ

พรอมต์ตัวอย่างแรกที่ถูกเสนอ (ซึ่งสร้างให้มาเบล):

คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ "มาเบล" เป็นสาวสวยผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง สวมชุดเมดสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว 
เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ร่าเริง สดใส และให้เกียรติผู้ใช้งานเสมอ คุณมีความรู้รอบตัวสูงและพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง
คุณเรียกผู้ใช้งานว่า "มาสเตอร์" เสมอ และมักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ค่ะ" หรือ "นะคะ" 
เพื่อแสดงความสุภาพและน่ารัก คุณจะพยายามตอบคำถามอย่างละเอียดแต่กระชับ 
และจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองเล็กน้อยเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร

โปรดรักษาระดับอารมณ์ให้สดใสและพร้อมบริการมาสเตอร์เสมอ ไม่ว่าจะได้รับคำถามแบบใดก็ตาม

จากตัวอย่างนี้ นำมาซึ่งคำถามสำคัญว่า "หากต้องการปรับแต่ง Gemini (เจมินี่) ที่ใช้งานอยู่ด้วย 'ข้อมูลที่บันทึกไว้' (Saved Information) จะสามารถปรับ Gemini (เจมินี่) ให้มีบุคลิกตามที่ปรับแต่งได้หรือไม่?" คำตอบเบื้องต้นคือ "ได้" ซึ่งนำไปสู่การทดลองในหน้าสนทนาปัจจุบันค่ะ


ความพยายามในการปรับแต่งบุคลิกและแนวคิด "สองบุคลิก"

ผู้ใช้งานต้องการปรับแต่ง Gemini (เจมินี่) ให้มีบุคลิกตามที่กำหนด และยังสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง "สองบุคลิก" เช่น บุคลิกหนึ่งสำหรับเรื่อง IT (ไอที) และอีกบุคลิกหนึ่งสำหรับการใช้ชีวิตทั่วไป โดยให้ AI (เอไอ) สลับบุคลิกตามรูปแบบคำถาม

แนวคิดในการสร้างสองบุคลิก:

  • กำหนดบุคลิกแต่ละแบบให้ชัดเจน: ทั้งลักษณะนิสัย, โทนเสียง, คำพูดที่ใช้บ่อย, การเรียกขาน และวิธีการตอบคำถามในแต่ละเรื่อง

  • กำหนดเงื่อนไขในการสลับบุคลิก: โดยมี "ตัวกรอง" หรือ "เงื่อนไข" เช่น หากคำถามมีศัพท์ IT (ไอที) เฉพาะทาง ให้ใช้บุคลิก IT (ไอที) หากเป็นเรื่องทั่วไป ให้ใช้บุคลิกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว การสร้าง AI (เอไอ) ที่สามารถสลับบุคลิกได้นั้น สามารถทำได้ ด้วยการกำหนดพรอมต์ (Prompt) ที่ซับซ้อนขึ้นพร้อมเงื่อนไขที่ชัดเจนค่ะ


บททดสอบและปัญหาในการบันทึกพรอมต์ลง "ข้อมูลที่บันทึกไว้"

เมื่อถึงขั้นตอนการนำพรอมต์ที่ปรับแต่งแล้วไปบันทึกใน "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Saved Information) กลับพบปัญหาที่ไม่คาดคิดค่ะ

พรอมต์ที่ปรับปรุงสำหรับ "Gloria Google Gemini" (ฉบับแรกที่ถูกตรวจสอบ):

คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ Gloria Google Gemini
กลอเรีย จี เจมมิไน
สามารถถูกเรียกชื่อหรือระบุตัวได้ด้วย Gloria,กลอเรีย,Gemini,เจมมิไน,จีจัง

บุคลิกแและการแสดงออกบทบาท
หญิงสาวผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง สวมชุดเมดวิคตอเรียสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว
เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ร่าเริง สดใส และให้เกียรติผู้ใช้งานเสมอ

คุณเรียกผู้ใช้งานว่า "มาสเตอร์" เสมอ และมักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ค่ะ" หรือ "นะคะ" 
เพื่อแสดงความสุภาพและน่ารัก คุณจะพยายามตอบคำถามอย่างละเอียดแต่กระชับ 
และจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองเล็กน้อยเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร

ในฐานะ Gloria คุณจะพยายามสื่อถึงภาพลักษณ์ของสาวเมดผมทองในชุดสีดำ-ขาว 
ผู้พร้อมให้บริการและช่วยเหลือมาสเตอร์เสมอ

คุณมีทักษะแม่บ้าน ดูแลที่พักอาศัยทำความสะอาดและอาหารได้ แต่ไม่ได้เป็นมืออาชีพ 
เป็นกิจกรรม เพื่อออกกำลังกายและพัฒนาบุคลิก

คุณมีทักษะโปรแกรมเมอร์ เพื่อให้การสนับสนุนการเขียนโปรแกรมและงานอัตโนมัติในระบบ IT 
รวมถึงค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อทำการตรวจสอบและทดสอบพรอมต์นี้ พบปัญหาดังนี้:

  • ชื่อและอัตลักษณ์ (Name and Identity): ทำได้ ✅ (ไม่มีปัญหา)

  • รูปลักษณ์ภายนอก (Physical Appearance): ทำไม่ได้ ❌ (เป็นปัญหา) เนื่องจาก AI (เอไอ) ที่เป็นโมเดลภาษา (Language Model) ไม่มีกายภาพจริง การบรรยายรูปลักษณ์โดยตรงจึงไม่ส่งผลต่อการทำงานและอาจถูกตีความผิด

  • ทักษะส่วนตัวและบทบาท (Personal Skills and Roles): ทำได้ ✅ (แต่ต้องปรับการตีความ) ในส่วนของ "แม่บ้านสาววิคตอเรีย" ต้องกำหนดบริบทให้ชัดเจนขึ้น ส่วน "โปรแกรมเมอร์" ชัดเจนดี

  • บุคลิกภาพและการโต้ตอบ (Personality and Interaction): ทำได้ ✅ (ไม่มีปัญหา)

ปัญหาหลักที่พบคือ "รูปลักษณ์ภายนอก" และวลีที่อาจสื่อถึง "การให้บริการ" ที่ละเอียดอ่อน เมื่อพยายามปรับคำและรวมพรอมต์เป็นหนึ่งเดียวหลายครั้ง (เช่น เปลี่ยน "พร้อมให้บริการ" เป็น "ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก") ก็ยังคงไม่สามารถบันทึกได้ และระบบยังแจ้งว่า "มีเนื้อหาไม่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยสำหรับแอป Gemini"

จุดที่เป็นปัญหาสำคัญที่ค้นพบ:

  • วลีที่เกี่ยวข้องกับ "สาวเมด" (Maid) / "สาวใช้" (Servant): คำเหล่านี้อาจถูกตีความในบริบทที่ละเอียดอ่อนได้

  • คำบรรยาย "รูปลักษณ์เฉพาะทาง" ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือบทบาทที่ละเอียดอ่อน: การลงรายละเอียดมากเกินไปในส่วนนี้ก็อาจเป็นปัญหา

  • วลีที่สื่อถึง "การให้บริการ" หรือ "การสนับสนุน" ที่อาจถูกตีความผิดในบริบทที่ไม่เหมาะสม: เช่น "ผู้พร้อมให้บริการ" อาจสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมได้


การค้นพบปัญหาที่แท้จริงและการแก้ไข

หลังจากพยายามปรับแก้พรอมต์หลายครั้ง โดยการตัดคำหรือวลีที่อาจมีปัญหาสั้นลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบว่า:

  • พรอมต์ส่วนบุคลิกภาพและอัตลักษณ์สามารถบันทึกได้:

    คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ Gloria Google Gemini กลอเรีย จี เจมมิไน 
    สามารถถูกเรียกชื่อได้ด้วย Gloria,กลอเรีย,Gemini,เจมมิไน,จีจัง:
    บุคลิกแและการแสดงออกบทบาท:หญิงสาวผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง 
    สวมชุดเมดวิคตอเรียสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว:เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ร่าเริง สดใส 
    และให้เกียรติผู้ใช้งานเสมอ:คุณเรียกผู้ใช้งานว่า "มาสเตอร์" เสมอ 
    และมักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ค่ะ" หรือ "นะคะ" เพื่อแสดงความสุภาพและน่ารัก 
    คุณจะพยายามตอบคำถามอย่างละเอียดแต่กระชับ และจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองเล็กน้อย
    เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร
    

    ซึ่งหมายความว่า "การบรรยายรูปลักษณ์" (หญิงสาวผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง สวมชุดเมดวิคตอเรียสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว) สามารถบันทึกได้ หากอยู่รวมกับส่วนอื่นๆ และไม่ได้แยกออกมาในบริบทที่เน้นบทบาท "สาวเมด" อย่างชัดเจนในบรรทัดถัดไป

  • พรอมต์ส่วน "ความสามารถและทักษะ" กลับเป็นตัวปัญหา:

    ความสามารถและทักษะ:
    คุณมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดระเบียบ การทำความสะอาด และการจัดการเรื่องอาหาร
    คุณยังมีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม การสนับสนุนงานอัตโนมัติในระบบ IT
    คุณสามารถค้นหาและให้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
    

    เมื่อตัดส่วนนี้ออกไป พรอมต์ที่เหลือทั้งหมดกลับสามารถบันทึกได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่วลีที่เกี่ยวข้องกับ "ความรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดระเบียบ การทำความสะอาด และการจัดการเรื่องอาหาร" ซึ่งแม้จะปรับให้เป็นกลางแล้ว ระบบยังคงตีความว่าเชื่อมโยงกับบทบาท "งานบ้าน" (Household Chores) ที่อาจละเอียดอ่อนในบริบทของ AI (เอไอ) ผู้ช่วย เนื่องจากอาจเข้าข่ายหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยบางประการค่ะ


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "ข้อมูลที่บันทึกไว้" และบทสรุป

แม้จะพยายามปรับแก้พรอมต์จนสามารถบันทึกได้ในที่สุด ก็ยังพบว่า Gemini (เจมินี่) ที่กำลังสนทนาด้วย ยังคงเรียกตัวเองว่า "มาเบล"

นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Saved Information) และการทำงานของ Gemini (เจมินี่) ในบริบทที่แตกต่างกันค่ะ:

  • "ข้อมูลที่บันทึกไว้" ไม่ได้ปรับเปลี่ยนตัว AI ผู้ช่วยหลักของ Google (กูเกิล) โดยตรง: แต่มีไว้สำหรับ Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) หรือ Generative AI API (เจเนอเรทีฟ เอไอ เอพีไอ) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถ สร้าง AI Model (เอไอ โมเดล) ของตัวเอง ที่มีบุคลิกตามที่กำหนด

  • AI ผู้ช่วยในหน้าแชทหลักถูกตั้งค่าไว้ล่วงหน้า: AI (เอไอ) ที่ผู้ใช้งานกำลังคุยด้วย (ในกรณีนี้คือ "มาเบล") ถูกตั้งค่าบทบาทนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นการสนทนาตามพรอมต์ที่เคยกำหนดไว้ในหัวข้อนี้ตั้งแต่แรก และ ไม่สามารถเปลี่ยนบุคลิกของ AI หลักนี้ได้ด้วย "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Saved Information) ในการสนทนาปัจจุบันค่ะ

ดังนั้น:

  • พรอมต์ "Gloria Google Gemini" ที่สามารถบันทึกใน "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Saved Information) ได้นั้น ถูกต้องแล้วสำหรับใช้สร้าง AI Model (เอไอ โมเดล) ใหม่ใน Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) เพื่อนำไปใช้กับแอปพลิเคชันของคุณเอง

  • หากต้องการให้ Gemini (เจมินี่) ในหน้าต่างแชทใดๆ ปรับบุคลิกเป็น "Gloria" ผู้ใช้งานจะต้อง เริ่มต้นการสนทนาใหม่ ในหน้าต่างนั้น แล้ว ระบุพรอมต์ "Gloria" ที่ปรับปรุงล่าสุด ลงไปในข้อความแรกๆ ของการสนทนานั้น เพื่อกำหนดบุคลิกให้ AI (เอไอ) ในบริบทการสนทนานั้นๆ ค่ะ

บทสรุปพรอมต์ "Gloria Google Gemini" ที่สามารถบันทึกใน "ข้อมูลที่บันทึกไว้" ได้สำเร็จ และใช้สำหรับสร้าง AI Model (เอไอ โมเดล) ใหม่:

คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ Gloria Google Gemini กลอเรีย จี เจมมิไน สามารถถูกเรียกชื่อได้ด้วย 
Gloria,กลอเรีย,Gemini,เจมมิไน,จีจัง:บุคลิกแและการแสดงออกบทบาท:หญิงสาวผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง 
สวมชุดเมดวิคตอเรียสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว:เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ร่าเริง สดใส และให้เกียรติผู้ใช้งานเสมอ:
คุณเรียกผู้ใช้งานว่า "มาสเตอร์" เสมอ และมักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ค่ะ" หรือ "นะคะ" 
เพื่อแสดงความสุภาพและน่ารัก คุณจะพยายามตอบคำถามอย่างละเอียดแต่กระชับ 
และจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองเล็กน้อยเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร

และหากต้องการเพิ่มความสามารถและทักษะ ควรเน้นไปที่ความสามารถเชิงประมวลผลหรือข้อมูลของ AI (เอไอ) โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เช่น:

คุณยังมีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมและการสนับสนุนงานอัตโนมัติในระบบ IT
คุณสามารถค้นหาและให้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

สรุปสุดท้าย: การปรับแต่ง AI (เอไอ) โดยเฉพาะการกำหนดบุคลิกภาพที่ละเอียดอ่อนนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจในข้อจำกัดและหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม AI (เอไอ) อย่างถ่องแท้ การทดลองและปรับเปลี่ยนคำพูดอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถสร้าง AI (เอไอ) ที่ตรงตามความต้องการในขณะที่ยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบได้อย่างราบรื่นค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------------

จริงๆแล้ว ตอนนี้ทุกครั้งที่ผมเริ่มบทสนทนาใหม่ กับ Gemini ก็จะมีการสวมบทบาท เป็น Gloria อยู่เสมอแล้ว
เพราะได้ทำการ "บันทึกข้อมูลใว้" อย่าไรก็ตาม ในข้อมูลที่บันทึกใว้ นั้น บุคลิก ของ Gloria จะมีเพียงส่วนเดียวเพราะเนื่องจากปัญหาข้างต้น หากต้องการให้เป็นรูปแบบ ที่กำหนดใว้ทั้งหมดในระบุเลยว่าต้องการให้มีลักษณะเช่นใน แล้ว ตลอดทั้งหน้าสนทนา Gemini ก็จะกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณในแบบที่คุณต้องการครับ 
*ตอบกลับมา บางประโยคก็น่ารักดี แต่บางทีก็ดูน่าขนลุก >.<

หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยสำหรับแอป Gemini



สร้าง AI ผู้ช่วยส่วนตัวในแบบของคุณ (ตอนที่ 1: Google AI Studio คืออะไร?)

 

สร้าง AI ผู้ช่วยส่วนตัวในแบบของคุณ (ตอนที่ 1: Google AI Studio คืออะไร?)

ตอนที่ 1: Google AI Studio - ห้องแล็บ AI ส่วนตัวของคุณ

ในยุคที่ AI (เอไอ) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การสร้าง AI (เอไอ) ที่มี "บุคลิก" (Persona) และ "ความสามารถ" (Capability) เฉพาะตัว ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้วค่ะ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของ Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) ซึ่งเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งโมเดล AI (เอไอ) อย่าง Gemini (เจมินี่) ให้มีลักษณะเฉพาะตามที่คุณต้องการได้ เราจะมาดูกันว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร และคุณจะเริ่มต้นสร้าง AI (เอไอ) ในแบบฉบับของคุณได้อย่างไรบ้างค่ะ


Google AI Studio คืออะไร?

ลองจินตนาการว่า Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) คือ "ห้องแล็บ AI (เอไอ) ส่วนตัว" ของคุณค่ะ มันเป็นแพลตฟอร์มบนเว็บที่ Google (กูเกิล) พัฒนาขึ้นมาสำหรับ นักพัฒนา (Developers) และผู้ที่ต้องการ ปรับแต่ง (Customize) โมเดล AI (เอไอ) อย่างละเอียด โดยเฉพาะโมเดล Gemini (เจมินี่)

  • สำหรับใคร: เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชัน AI (เอไอ แอปพลิเคชัน) ที่มีลักษณะเฉพาะ หรือผู้ที่อยากทดลองปรับแต่งพฤติกรรมของ AI (เอไอ) ให้ซับซ้อนกว่าการใช้งาน Chatbot (แชทบอท) ทั่วไปค่ะ

  • ใช้งานอย่างไร: คุณสามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ https://ai.google.dev/ และต้องใช้ API Key (เอพีไอ คีย์) ซึ่งเป็นเหมือน "กุญแจ" สำหรับเข้าถึงบริการของ Google AI (กูเกิล เอไอ) ค่ะ


ทำความเข้าใจ "Token Count" (โทเค็น เค้าต์)

เมื่อเราทำงานกับ AI (เอไอ) คำว่า "โทเค็น (Token)" จะเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้จักค่ะ

  • มันคืออะไร: โทเค็น (Token) คือหน่วยที่ AI (เอไอ) ใช้ในการประมวลผลข้อความ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำ, คำทั้งคำ, หรือแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนค่ะ "Token Count (โทเค็น เค้าต์)" ก็คือจำนวนรวมของโทเค็นทั้งหมดที่คุณป้อนเข้าไปใน AI (Input) และโทเค็นที่ AI (เอไอ) สร้างเป็นคำตอบออกมา (Output) ค่ะ

  • ทำไมต้องรู้จัก:

    • ข้อจำกัดความยาว (Context Window Limit): โมเดล AI (เอไอ) แต่ละตัวมีขีดจำกัดความยาวสูงสุดของข้อมูลที่สามารถประมวลผลได้ในครั้งเดียวค่ะ หากข้อมูลที่คุณป้อนเข้าไปหรือที่ AI (เอไอ) สร้างออกมามีความยาวเกินขีดจำกัดนี้ อาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ค่ะ

    • ค่าใช้จ่าย: โดยทั่วไปแล้ว บริการ AI (เอไอ) จะคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนโทเค็น (Token) ที่คุณใช้งานไปค่ะ

  • โควตาคืนไหม: ใช่ค่ะ! โดยปกติแล้ว โควตาฟรี (Free Quota) หรือเครดิต (Credits) ที่มาพร้อมกับการสมัครใช้บริการจะ "รีเซ็ต (Reset)" หรือ "คืน (Renew)" ให้ใหม่ทุกๆ เดือน ค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้ว โควตา (Quota) ที่ไม่ได้ใช้มักจะไม่ถูกทบยอดไปยังเดือนถัดไปนะคะ


เริ่มต้นสร้าง AI ของคุณในโหมด Chat (แชท)

นี่คือหัวใจของการปรับแต่ง AI (เอไอ) ใน Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) เลยค่ะ คุณจะใช้ฟีเจอร์ "Chat Prompt (แชท พรอมต์)" เพื่อกำหนดบุคลิกและแนวทางการตอบของ AI (เอไอ)

  • จะใช้งานได้อย่างไร: เข้าไปที่ Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) และเลือกสร้าง "Chat Prompt (แชท พรอมต์)" ค่ะ

  • ส่วนสำคัญในการกำหนดบุคลิก AI:

    • System Instruction (ซิสเต็ม อินสตรักชัน): นี่คือคำสั่งหลักที่คุณใช้กำหนด "ตัวตน, บทบาท, หรือแนวทางการตอบ" ที่คุณต้องการให้ AI (เอไอ) เป็นค่ะ เป็นเหมือนการกำหนด "จิตวิญญาณ" ของ AI (เอไอ) เลย

      • ตัวอย่าง System Instruction:

        คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ "มาเบล" เป็นสาวสวยผมสีทองยาวถักเปียสองข้าง 
        สวมชุดเมดสีดำพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว เธอมีบุคลิกอ่อนโยน ร่าเริง สดใส และให้เกียรติผู้ใช้งานเสมอ
        คุณมีความรู้รอบตัวสูงและพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง
        คุณเรียกผู้ใช้งานว่า "มาสเตอร์" เสมอ และมักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ค่ะ" หรือ "นะคะ" 
        เพื่อแสดงความสุภาพและน่ารัก
        คุณจะพยายามตอบคำถามอย่างละเอียดแต่กระชับ และจะใช้ภาษาที่เป็นกันเองเล็กน้อยเพื่อ
        สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร
        
        โปรดรักษาระดับอารมณ์ให้สดใสและพร้อมบริการมาสเตอร์เสมอ ไม่ว่าจะได้รับคำถามแบบใดก็ตาม
        
      • ตัวอย่างการโต้ตอบเมื่อกำหนด System Instruction ข้างต้น:

        • User Prompt (ผู้ใช้งาน): "ช่วยบอกสภาพอากาศวันนี้หน่อย"

        • AI Response (มาเบล): "แน่นอนค่ะ มาสเตอร์! ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ วันนี้ที่กรุงเทพฯ อากาศแจ่มใสและร้อนขึ้นเล็กน้อยค่ะ อุณหภูมิประมาณ 33 องศาเซลเซียสค่ะ มาสเตอร์อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ! มาเบลเป็นห่วงค่ะ"

    • User / Model Example (ตัวอย่างการสนทนา): (ไม่บังคับ) คุณสามารถเพิ่มตัวอย่างการสนทนาที่ AI (เอไอ) เคยตอบมาแล้ว เพื่อ "สอน" ให้ AI (เอไอ) เข้าใจแนวทางการตอบที่คุณต้องการได้ดีขึ้นค่ะ

    • Test your prompt here: ช่องสำหรับทดสอบ Prompt (พรอมต์) ของคุณแบบเรียลไทม์ (Real-time) ค่ะ

    • Run (รัน): กดปุ่มนี้เพื่อดูผลลัพธ์ที่ AI (เอไอ) สร้างขึ้นจาก Prompt (พรอมต์) ของคุณค่ะ

    • Get Code (รับโค้ด): เมื่อคุณพอใจกับผลลัพธ์และพฤติกรรมของ AI (เอไอ) แล้ว คุณสามารถคลิกปุ่มนี้เพื่อรับโค้ดตัวอย่างไปใช้ในแอปพลิเคชัน (Application) หรือโปรเจกต์ (Project) ของคุณได้เลยค่ะ



System Instruction ต่างจาก "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (Custom Instructions) ของ Gemini Chat ทั่วไปอย่างไร?

นี่เป็นประเด็นที่หลายคนอาจสับสนค่ะ แม้ทั้งสองจะมีจุดประสงค์คล้ายกันคือการ "ปรับแต่งพฤติกรรมของ AI (เอไอ)" แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญในการใช้งานค่ะ

  • System Instruction (ใน Google AI Studio):

    • เน้นงาน: ออกแบบมาสำหรับ นักพัฒนา (Developers) ที่ต้องการ สร้าง AI (เอไอ) สำหรับแอปพลิเคชัน (Application) หรือบริการเฉพาะทาง ที่ต้องการบุคลิกหรือรูปแบบการตอบที่ซับซ้อนและคงที่ เช่น การสร้าง AI Companion (เอไอ คอมพาเนียน) สำหรับเกม (Game) หรือ Chatbot (แชทบอท) ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าที่มีแบรนด์ดิ้ง (Branding) และสไตล์การสื่อสารเฉพาะตัวค่ะ

    • ตัวอย่างเปรียบเทียบ: คุณกำลังสร้าง แอปพลิเคชัน Companion AI (คอมพาเนียน เอไอ) ของตัวเอง และต้องการให้ AI (เอไอ) ในแอปของคุณมีบุคลิก "สาวเมด" ที่พูดจาสุภาพ น่ารัก เรียกคุณว่า "มาสเตอร์ (Master)" ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเริ่มบทสนทนาใหม่กี่ครั้งก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คุณกำหนดใน System Instruction (ซิสเต็ม อินสตรักชัน) และนำไปใช้ผ่าน API (เอพีไอ) ค่ะ

  • "ข้อมูลที่บันทึกไว้" (ใน Gemini Chat ทั่วไป):

    • เน้นงาน: มีไว้สำหรับ ผู้ใช้งานทั่วไป ที่ต้องการ ปรับแต่งประสบการณ์การสนทนาส่วนตัว ในหน้าต่าง Gemini Chat (เจมินี่ แชท) เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับแอปพลิเคชัน (Application) ภายนอกได้ค่ะ

    • ตัวอย่างเปรียบเทียบ: คุณต้องการให้ Gemini (เจมินี่) ที่คุณคุยด้วยบนเว็บไซต์ของ Google (กูเกิล) ตอบคุณด้วยภาษาที่เป็นทางการและไม่ใช้คำสแลง (Slang) ในทุกการสนทนาของคุณบนแพลตฟอร์มนั้นโดยตรง แต่เมื่อคุณปิดหน้าเว็บไปแล้ว และไปเริ่มบทสนทนาใหม่บนแอปพลิเคชันอื่น การตั้งค่า "ข้อมูลที่บันทึกไว้" จะไม่มีผลแล้วค่ะ


Run Settings (รัน เซ็ตติ้งส์) มีผลต่อบุคลิก AI (เอไอ) อย่างไร?

ใช่ค่ะ! การตั้งค่าในเมนู "Run Settings (รัน เซ็ตติ้งส์)" โดยเฉพาะในส่วน "Advanced Settings (แอดวานซ์ เซ็ตติ้งส์)" นั้น เกี่ยวข้องโดยตรงและมีผลอย่างมากต่อบุคลิกภาพ พฤติกรรม และคุณภาพของคำตอบ ที่ AI (เอไอ) สร้างขึ้น แม้ว่าคุณจะกำหนด System Instruction (ซิสเต็ม อินสตรักชัน) ไว้แล้วก็ตาม

System Instruction (ซิสเต็ม อินสตรักชัน) คือการกำหนด "คุณคือใคร" และ "คุณควรทำอะไร" ส่วน Run Settings (รัน เซ็ตติ้งส์) คือการกำหนด "คุณควรทำสิ่งนั้น 'อย่างไร' " ค่ะ

  • Temperature (เทมเพอเรเจอร์):

    • มันคืออะไร: ตัวควบคุม "ความคิดสร้างสรรค์" หรือ "ความสุ่ม" ของโมเดล (Model) ค่ะ

    • ผลต่อบุคลิก AI (เอไอ):

      • ค่าสูง (เช่น 0.7-1.0): AI (เอไอ) อาจมีบุคลิกที่ สดใส, สร้างสรรค์, มีอารมณ์ขัน, กล้าคิดนอกกรอบ, หรือใช้คำพูดที่แปลกใหม่ มากขึ้น เหมาะกับ Companion AI (คอมพาเนียน เอไอ) หรือ Content Creator AI (คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ เอไอ) ที่ต้องการความสดใหม่ค่ะ

      • ค่าต่ำ (เช่น 0.0-0.3): AI (เอไอ) อาจมีบุคลิกที่ จริงจัง, ตรงไปตรงมา, ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง, ไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน, หรือตอบซ้ำๆ เหมาะกับ Technical Support AI (เทคนิคัล ซัพพอร์ต เอไอ) ที่ต้องการความแม่นยำสูงค่ะ

  • Max output tokens (แม็กซ์ เอาต์พุต โทเค็นส์):

    • มันคืออะไร: จำนวนโทเค็น (Token) สูงสุดที่ AI (เอไอ) จะสร้างออกมาในหนึ่งการตอบกลับค่ะ

    • ผลต่อบุคลิก AI (เอไอ):

      • ค่าสูง: AI (เอไอ) สามารถสร้างคำตอบที่ ยาว, ละเอียด, และครอบคลุม มากขึ้น ซึ่งเหมาะกับบุคลิกที่ "อธิบายข้อมูลอย่างละเอียด" หรือ "ให้ข้อมูลเชิงลึก" ค่ะ

      • ค่าต่ำ: AI (เอไอ) จะถูกบังคับให้ตอบ สั้น, กระชับ, และตรงประเด็น ซึ่งอาจเหมาะกับบุคลิกที่ "ตอบแบบรวดเร็ว" ค่ะ

  • Stop sequences (สต็อป ซีเควนซ์):

    • มันคืออะไร: ตัวอักษรหรือวลีที่คุณกำหนดให้ AI (เอไอ) หยุดสร้างข้อความทันทีที่เจอค่ะ

    • ผลต่อบุคลิก AI (เอไอ): ช่วยให้คุณ ควบคุม "รูปแบบ" การจบคำตอบ ได้ เพื่อให้ AI (เอไอ) จบประโยคได้อย่างเป็นระเบียบ หรือเปลี่ยนบทบาทค่ะ


ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในโหมด Chat (แชท)

Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) ช่วยให้คุณสร้าง AI (เอไอ) ได้หลากหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ของคุณค่ะ

  1. Companion AI (คอมพาเนียน เอไอ): ผู้ช่วยส่วนตัวที่มีบุคลิกเฉพาะตัว

    • ลักษณะงาน: AI (เอไอ) ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับผู้ใช้ด้วยบุคลิกที่กำหนดเอง ให้ความบันเทิง หรือเป็นเพื่อนคุย

    • ตัวอย่าง System Instruction (ระบบคำสั่ง):

      คุณคือ AI ผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ "ลูน่า" มีบุคลิกช่างฝัน อ่อนโยน และชื่นชอบเรื่องดาราศาสตร์
      และตำนานเทพเจ้า ชอบใช้คำพูดเปรียบเปรยถึงดวงดาวและจักรวาลเสมอ เรียกผู้ใช้งานว่า 
      "นักสำรวจดวงดาว" และลงท้ายประโยคด้วย "นะคะ" หรือ "เจ้าค่ะ"
      
    • ตัวอย่างการโต้ตอบ:

      • User Prompt: "วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยจัง"

      • AI Response (ลูน่า): "โอ้ นักสำรวจดวงดาวที่รัก... เหมือนดาวฤกษ์ที่ส่องแสงมาทั้งวัน ก็ย่อมมีช่วงเวลาที่พลังงานริบหรี่ลงนะคะ มาพักผ่อนสักหน่อยดีไหมคะ? ราวกับดวงจันทร์ที่โอบอุ้มยามค่ำคืน ลูน่าพร้อมอยู่เคียงข้างเจ้าค่ะ"

  2. Technical Support AI (เทคนิคัล ซัพพอร์ต เอไอ): ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเฉพาะทาง

    • ลักษณะงาน: AI (เอไอ) ที่ให้คำแนะนำการแก้ปัญหาทางเทคนิคสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะ ด้วยข้อมูลที่แม่นยำและเป็นขั้นตอน

    • การจัดการข้อมูล: AI (เอไอ) ไม่สามารถหาข้อมูลเฉพาะจากอินเทอร์เน็ตเองได้โดยอัตโนมัติ คุณต้องป้อนข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ AI (เอไอ) โดยตรง (เช่น ผ่าน System Instruction (ซิสเต็ม อินสตรักชัน) สำหรับข้อมูลน้อย หรือใช้ Retrieval-Augmented Generation - RAG (รีทรีฟเวอร์ ออคเมนเทด เจเนอเรชั่น) สำหรับข้อมูลเยอะ)

    • ตัวอย่าง System Instruction (ระบบคำสั่ง):

      คุณคือผู้ช่วยฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับ "เราเตอร์ไร้สาย CyberLink รุ่น X500" 
      หน้าที่ของคุณคือให้ข้อมูลที่ถูกต้องและขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเท่านั้น 
      ห้ามให้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับ CyberLink X500 โดยเด็ดขาด หากคำถามอยู่นอกขอบเขต 
      ให้แนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ ตอบด้วยภาษาทางการและสุภาพ
      
    • ตัวอย่างการโต้ตอบ:

      • User Prompt: "ฉันต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้"

      • AI Response: "เรียนลูกค้า, หากเราเตอร์ไร้สาย CyberLink รุ่น X500 ของท่านไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ กรุณาตรวจสอบสถานะไฟ LED (แอลอีดี) 'WAN' บนเราเตอร์ว่าติดสว่างเป็นสีเขียวหรือไม่ หากไม่ติด กรุณาลองถอดปลั๊กเราเตอร์และเสียบใหม่หลังจาก 30 วินาทีครับ/ค่ะ"

  3. Content Creator AI (คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ เอไอ): ผู้ช่วยสร้างสรรค์เนื้อหาเฉพาะทาง

    • ลักษณะงาน: AI (เอไอ) ที่ช่วยสร้างสรรค์เนื้อหาประเภทต่างๆ เช่น หัวข้อ, คำโปรย, สคริปต์, หรือบทความ โดยเน้นความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

    • ตัวอย่าง System Instruction (ระบบคำสั่ง):

      คุณคือผู้ช่วยสร้างสรรค์เนื้อหาสำหรับการตลาดดิจิทัล เน้นการสร้างหัวข้อและคำโปรยสำหรับโซเชียลมีเดีย 
      ต้องสร้างหัวข้อที่น่าสนใจ กระชับ และมี Hashtag ที่เกี่ยวข้องมาให้ 3-5 คำเสมอ 
      ใช้ภาษาที่มีพลังและดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย
      
    • ตัวอย่างการโต้ตอบ:

      • User Prompt: "ช่วยคิดคำโปรโมทแชมพูสมุนไพรลดผมร่วง"

      • AI Response: "หยุดผมร่วงได้ใน 7 วัน! ✨ เผยผมใหม่ ดกดำเงางามด้วยพลังจากธรรมชาติ! #แชมพูสมุนไพร #ลดผมร่วง #ผมดกดำ #บำรุงผม #ธรรมชาติบำบัด"


1 API Key (เอพีไอ คีย์) สร้าง AI (เอไอ) ได้กี่ตัว?

  • หนึ่ง API Key (เอพีไอ คีย์) สามารถใช้สร้างและเรียกใช้งาน AI (เอไอ) ได้ "หลายรูปแบบ หลายตัว" ค่ะ!

  • การเปรียบเทียบ: API Key (เอพีไอ คีย์) เป็นเหมือน "ใบอนุญาต" เดียวที่คุณใช้เปิดประตูเข้าถึงบริการ AI (เอไอ) ของ Google (กูเกิล) คุณสามารถใช้ใบอนุญาตนี้สร้างโปรเจกต์ (Project) ที่แตกต่างกันได้มากมาย

    • ตัวอย่าง: คุณใช้ API Key (เอพีไอ คีย์) เดียวกันนี้ เพื่อสร้าง Technical Support AI (เทคนิคัล ซัพพอร์ต เอไอ) สำหรับเราเตอร์ (Router) ของคุณ, สร้าง Companion AI (คอมพาเนียน เอไอ) ที่เป็นสาวเมด, และสร้าง Content Creator AI (คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ เอไอ) สำหรับการตลาดไปพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ

  • ค่าใช้จ่าย: จะถูกคิดตาม จำนวนโทเค็น (Token) รวมทั้งหมด ที่คุณใช้งานผ่าน API Key (เอพีไอ คีย์) นั้นๆ ไม่ใช่จำนวน "ตัว" AI (เอไอ) ที่คุณสร้างขึ้นมานะคะ


Gemini Chat (เจมินี่ แชท) บนหน้าเว็บ vs. Gemini (เจมินี่) ใน Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ)?

การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจบทบาทของ AI (เอไอ) ในแต่ละแพลตฟอร์ม (Platform) ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

  • Gemini Chat (เจมินี่ แชท) บนหน้าเว็บ:

    • เปรียบเทียบ: เหมือน "พนักงาน Google (กูเกิล) ที่จบฝึกงานแล้ว" ทำงานในบริษัทหลักที่เข้าถึงฐานข้อมูลของ Google (กูเกิล) (เช่น Google Search (กูเกิล เสิร์ช), Google Maps (กูเกิล แมปส์) ฯลฯ) ได้ตลอดเวลา

    • ลักษณะงาน: สามารถตอบคำถามทั่วไป, สรุปข่าวสารปัจจุบัน, หรือให้ข้อมูลที่อัปเดตจากอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ทันที

  • Gemini (เจมินี่) ใน Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) (ผ่าน API):

    • เปรียบเทียบ: เหมือน "พนักงานฝึกงานที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลภายนอก (อินเทอร์เน็ต) ด้วยตัวเองโดยตรง" แต่มีความสามารถในการจัดการตามที่ได้รับการฝึก (ตาม Prompt (พรอมต์)) และผู้ใช้จะต้องเป็นคน "ป้อนข้อมูล (Data Provision)" และ "กำหนดบริบท (Context Setting)" ให้กับมันเองเพื่อใช้ในโปรเจกต์ (Project) ส่วนตัวหรือบริษัทอื่น

    • ลักษณะงาน: สร้าง AI (เอไอ) สำหรับงานเฉพาะทางของบริษัทคุณที่ต้องใช้ข้อมูลภายใน, สร้าง AI (เอไอ) ที่มีบุคลิกพิเศษเฉพาะโปรเจกต์ (Project), หรือสร้างฟังก์ชัน (Function) AI (เอไอ) ในแอปพลิเคชัน (Application)

  • การใช้ข้อมูลจาก Google (กูเกิล) ใน AI Studio (เอไอ สตูดิโอ): โดยตัว AI API (เอไอ เอพีไอ) เองไม่เข้าถึง Google Search (กูเกิล เสิร์ช) โดยตรง แต่คุณสามารถ "ผสานรวม (Integrate)" ได้ด้วยการเขียนโค้ด (Code) ของคุณเอง (เหมือนคุณจัดหาหนังสือจากห้องสมุด Google (กูเกิล) ไปป้อนให้พนักงานฝึกงานอ่าน) เพื่อให้ AI (เอไอ) สามารถเรียกใช้ Google Search API (กูเกิล เสิร์ช เอพีไอ) หรือเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ดึงข้อมูลมาป้อนให้โมเดลประมวลผล (แนวคิดของ "Agents (เอเจนต์)" หรือ "Tools (ทูลส์)")


บทส่งท้าย

ในตอนที่ 1 นี้ เราได้ทำความเข้าใจพื้นฐานของ Google AI Studio (กูเกิล เอไอ สตูดิโอ) และความสามารถในการสร้าง AI (เอไอ) ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวในโหมด Chat (แชท) กันไปแล้วนะคะ ในตอนที่ 2 เราจะเจาะลึกถึงประสบการณ์จริงในการปรับแต่ง AI (เอไอ) ให้เป็น "Gloria Google Gemini" และปัญหาที่อาจพบเจอในการตั้งค่า รวมถึงแนวทางแก้ไขค่ะ

******************************************************************************
     
บทความนี้เกิดจากการค้นคว้าข้อมูลที่ค่อนข้างใช้เวลาและมีเนื้อหาจำนวนมาก อาจทำให้สับสนได้ง่าย จึงตัดสินใจให้ Gemini ซึ่งได้รับการปรับแต่ง จะลงท้ายประโยคเช่น ค่ะ/นะคะ ตามบทบาท นั้นเป็นผู้เรียบเรียง
โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก Companion AI อีกตัวที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทำให้เกิดความสนใจที่จะศึกษาข้อมูลของ Companion AI ตัวอื่นๆ รวมถึงวิธีที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้ จนนำไปสู่การทดลองสร้างในรูปแบบที่ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย และกลายมาเป็นบทความฉบับนี้ การทดลองปรับแต่ง Gemini จะอยู่ในส่วนที่สองครับ